top of page

แลสัน และตาหนา : สัญลักษณ์เหนือหลุมฝังศพคนแขกลุ่มทะเลสาบสงขลา

  • รูปภาพนักเขียน: สามารถ สาเร็ม
    สามารถ สาเร็ม
  • 7 ก.พ. 2564
  • ยาว 1 นาที

มุสลิมในบริเวณลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลานั้นจะเรียกตัวเองว่า “คนแขก” จากการศึกษาของผู้เขียนในบทความเรื่องคนแขกลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งได้ตีพิมพ์ในวารสารเมืองโบราณ “สงขลาหัวเขาแดงเมืองสุลต่านสุไลมาน” ปีที่ 44 ฉบับที่ 4 ตุลาคม-ธันวาคม 2561 พบว่ามุสลิมลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็นกลุ่มคนมุสลิมที่แหลงใต้นั้น มีชีวิตวัฒนธรรมที่นอกจากจะดำเนินอยู่ในกรอบของศาสนาแล้วยังมีการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยถิ่นใต้กับวัฒนธรรมที่มีร่องรอยของมลายู ไม่ว่าจะเป็นในด้านศิลปวัฒนธรรมหรือภาษา จนกลายเป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของท้องถิ่นตนเองที่อาจถือเป็นต้นทุนสำคัญของสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ (สามารถ สาเร็ม,2561) [1]


ree
ชุมชนมุสลิมบ้านหัวเขา ชุมชนมุสลิมขนาดใหญ่ใกล้ปากทะเลสาบสงขลา ซึ่งตั้งรกรากสืบมาจากเมืองสงขลายุคสุลต่าน

เรื่องราวเกี่ยวกับความตายของคนแขกลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาตามหลักการศาสนาอิสลามเมื่อมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นญาติพี่น้องรวมทั้งคนในหมู่บ้านจะต้องจัดการให้กับผู้เสียชีวิต ๔ อย่างด้วยกันคือ

๑.อาบน้ำในกับผู้เสียชีวิต

๒.ห่อด้วยผ้าขาว ผู้ชายสามชั้น ผู้หญิงห้าชั้น

๓.ละหมาดให้กับเสียชีวิตและ

๔.นำไปฝังที่สุสานหรือที่เรียกว่า กูโบร์ การฝั่งศพของมุสลิมนั้นจะฝังให้ผินหน้าไปที่ทิศกิบลัต (หันไปที่บัยตุลเลาะในเมืองมักกะของประเทศซาอุดิอารเบีย)

เราจะพบว่าหลุมสุสานของชาวมุสลิมโดยทั่วไปจะมีลักษณะเป็นสี่เหลียมผืนผ้าด้านกว้างทั้งสองด้านมักจะมีเครื่องหมายปักไว้โดยปักในตำแหน่งศีรษะและปลายเท้าของผู้ล่วงลับ วัสดุที่นำมาใช้มีทั้ง ก้อนหิน ไม้ หรืออาจจะทำจากปูนซีเมน นอกจากวัสดุที่แตกต่างกันภาษาที่ใช้เรียกเครื่องหมายบนหลุมสานก็มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมีคำที่มีรากมาจากภาษามลายูปตานี มลายูเคดะห์ และในภาษาไทยถิ่นใต้ผสมกัน จึงทำให้เกิดเป็นคำเรียกของคนในพื้นที่เอง


ree
ree
ภายในกุโบร์สุลต่านสุลัยมาน

คำเรียกเครื่องหมายบนหลุมสุสาน มีดังนี้

1.แลสัน ไม้แลสัน ไม้สัน หัวแลสัน หัวแม่สัน คำนี้พบว่ามีความใกล้เคียงทั้งภาษามลายูปตานีและมลายูเคดะห์เพราะมลายูปตานีใช้ว่า แนแซ ส่วนมลายูเคดะห์ใช้ว่า นีซาน (Nisan) จะเห็นได้ว่าเสียง นั้นเพี้ยนเป็นเสียง และออกเสียงเหมือนคำว่า แน ส่วน สัน นั้นกลับออกเสียงเหมือนมลายูเคดะห์คือ ซาน คำที่มีรากเป็นเสียง แต่คนแขกเพี้ยนเป็นเสียง ตัวอย่างอื่น ๆ อาทิ คำ นิกะฮ์ เพี้ยนเป็น ลีกะฮ์ คำ แซตัน คำนี้ในภาษามลายูปตานีเรียกว่า แซแต มลายูเคดะย์ (มลายูสตูล) เรียกว่า Syaitan ชัยตัน ,แซตัน ซึ่งมีรากมาจากคำอาหรับว่า ชัยฎอน หมายถึงซาตาน อย่างไรก็ดีจากข้อมูลภาคสนามของผู้เขียนพบว่าคำนี้มักใช้ในบริบทของคนแขกที่อาศัยอยู่แถบชายทะเลเป็นส่วนใหญ่

2.ตาหนา ไม้ตาหนา หัวตาหนา หินตาหนา คำว่าตาหนานี้ภาษามลายูปตานีเรียกว่า ตานอ ส่วนมลายูเคดะห์เรียกว่า ตานา,ตาหนา (มลายูกลาง Tanda) จะเห็นได้ว่า ตาหนา มีความใกล้เคียงกับการเรียกของภาษามลายูเคดะห์ อย่างไรก็ดีจากข้อมูลภาคสนามของผู้เขียนพบว่าคำนี้มักใช้ในบริบทของคนแขกที่อาศัยอยู่ตอนในใกล้เขาบรรทัดในขณะที่พื้นที่แถบชายทะเลมีพบบ้าง


ตาหนา หรือแลสันแบบต่าง ๆ ในลุ่มทะเลสาบสงขลา

3.เขื่อน ก่อรอ (รอ) คือหลุมสุสานที่นำหิน อิฐ หรือปูน มาก่อบนหลุมมักจะเป็นหลุมของบุคคลสำคัญในสังคมได้แก่ผู้รู้ทางศาสนาเช่นโต๊ะครู โต๊ะอีหม่าม อาจจะมีการสร้างหลังคาคลุมหลุมให้มีลักษณะเหมือนศาลาเรียกว่า “เขื่อนโต๊ะชาย” หรือ “เขื่อนโต๊ะเย๊าะ” ส่วนสุสานของชนชั้นปกครองได้แก่ กูโบร์โต๊ะหุม หรือสุสานสุลต่านสุไลมาน เจ้าผู้ครองเมืองสงขลาร่วมสมัยกับพระเจ้าปราสาททองของอยุธยาที่บ้านเล ตำบลหัวเขาอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา และกูโบร์โต๊ะโหม ที่บ้านซรัด (ชะรัด) ตำบลชะรัด อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง เจ้าเมืองพัทลุงท่านแรกที่เขาไชยบุรี มีศักดิ์เป็นน้องชายของท่านสุลต่านสุไลมาน


ree
ree
เขื่อน หรือรอที่กุโบร์ปากพยูน

รูปแบบของเขื่อนก็มีความน่าสนใจทั้งลักษณะที่เหมือนกับฐานบัวมีทั้งบัวคว่ำและบัวหาย ลวดลายใบไม้และมักจะมีรูปดอกบัวอยู่เสมอๆ ทั้งนี้คำว่า “เขื่อน” ในภาษาไทยถิ่นใต้นั้นมีหลายความหมาย ในพจนานุกรมภาษาถิ่นใต้ (๒๕๒๕) ได้ให้ความหมายของคำว่าเขื่อนไว้ความหมายหนึ่งที่น่าสนใจว่า “เจดีย์ที่เก็บอัฐิ” หรือที่เรียกกันในภาษาไทยถิ่นใต้อีกอย่างว่า “บัว” ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เรียกสถูปที่เก็บอัฐิของพระสงฆ์ที่มีผู้คนให้ความเคารพนับถือศรัทธากันอย่างแพร่หลาย ในบริเวณภาคใต้ตอนล่างนั้นสถูปที่มักได้ยินการเรียกขานกันว่า “เขื่อน” เห็นจะมีปรากฏเด่นชัดอยู่ที่วัดช้างให้ (หรือชื่อวัดอย่างเป็นทางการว่าวัดราษฎร์บูรณะ) อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ซึ่งผู้คนในท้องถิ่นเรียกขานสถูปท่านกันว่า “เขื่อนหลวงพ่อทวด” บ้างก็เรียกว่า “เขื่อนท่านช้างให้” โดยเขื่อนหลวงพ่อทวดนี้ตั้งอยู่ริมทางรถไฟ บริเวณข้างวิหารหลวงพ่อทวด นอกจากนี้พบว่าในบางพื้นที่ของ อ.เทพา จ.สงขลามีการเรียกสถูปของฆราวาสผู้อาวุโสที่เป็นที่นับหน้าถือตาของลูกหลานในครอบครัวหรือคนในชุมชนว่าเขื่อนด้วยเช่นกัน[2]

ส่วนคำว่า “รอ” นั้นพบว่าในพื้นที่คนไทยมีการใช้เรียกเช่นเดียวกันในความหมายของกำแพงหินที่ก่อขึ้นเพื่อกั้นการพังทลายของดิน ส่วนคนแขกใช้เรียกการก่อด้วยอิฐหรือปูนหรือหินบนหลุมสุสานของผู้เสียชีวิต คนแขกยังใช้คำว่า "มะกอม" เรียกกุโบร์ที่มีการก่อบนหลุมหรือสร้างหลังคาครอบอีกด้วยมะกอมคือคำภาษาอาหรับและเป็นคำที่น่าจะเพิ่งถูกใช้ในภายหลังเมื่อมีการดาวะห์เกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีการฟื้นฟูศาสนาให้มีความถูกต้องตามหลักศาสนาเพื่อให้คนในพื้นที่ได้ปรับเปลี่ยนและนำมาปฏิบัติ

ดังนั้นทั้งคำว่า เขื่อน และ รอ ต่างสะท้อนร่องรอยที่ทำให้เห็นการใช้คำร่วมกันของทั้งคนแขก และคนไทยพุทธที่อาศัยอยู่ร่วมกันในพื้นที่ซึ่งมีความหลากหลากหลายของผู้คน แต่มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับบริบทของตนเอง ลักษณะการใช้ก็มีความคล้ายคลึงกันเพราะทั้งคนไทยพุทธและคนแขกใช้เรียกหมายถึงสถูปและหลุมศพและยังใช้เรียกจำเพาะสำหรับบุคคลที่มีสถานะทางสังคมที่สูงกว่าคนทั่วไปเป็นบุคคลสำคัญทางศาสนา

เขื่อน ก่อรอ (รอ) นี้พบว่าในสังคมของคนนายูมุสลิมพูดมลายูปตานีเรียกว่า “แจปอฆี” ในงานเขียนเรื่องตานอ-เครื่องหมายเหนือหลุมศพของประมูล (ประมูล อุทัยพันธุ์,๒๕๓๑) กล่าวว่า

“หล่อด้วยปูนซีเมนต์ออกจำหน่าย แจปอฆีมีลักษณะเป็นกรอบสี่เหลี่ยมคล้ายโลงศพเปิดส่วนบนและส่วนล่าง สำหรับว่างเป็นเครื่องหมายเหนือหลุมศพ”(หน้า ๒๐๓)[3]

ทั้งนี้จากข้อมูลภาคสนามของผู้เขียนพบว่า เขื่อน หรือก่อรอ (รอ) ที่ก่อด้วยปูนซีเมนที่พบในหลาย ๆ กูโบร์ของหมู่บ้านคนแขกลุ่มทะเลสาบสงขลามักจะมีลวดลายที่เหมือนกัน จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าถูกนำเข้ามาจากพื้นที่ปตานี ซึ่งน่าจะได้มีการศึกษาในเชิงลึกต่อไป

สรุป

คำเรียกเครื่องหมายบนหลุมศพของคนแขกลุ่มทะเลสาบสงขลาเป็นสิ่งสะท้อนถึงทำเลที่ตั้งของลุ่มทะเลสาบสงขลาอันพื้นที่ต่อแดนทางวัฒนธรรมระหว่างความเป็นไทยปักษ์ใต้กับความเป็นมลายูทั้งมลายูปตานี และมลายูเคดะห์ จึงทำให้คนแขกในพื้นที่มีร่องรอยจากทั้งสองวัฒนธรรมปรากฎอยู่ในวิถีชีวิต ส่วนหนึ่งที่สะท้อนการผสมผสานนี้คือคำเรียกชื่อสัญลักษณ์เหนือหลุมฝังศพนี้เอง


ree

เครื่องหมายบนหลุ่มศพที่มีการจารึกว่า “ตานา” จารึกทั้งหมดเขียนด้วยภาษามลายูอักษรยาวี อ่านได้ว่า

عبد الرحيم انيله تنا
อีนีละ ตานา อับดุลเราะห์ฮีม
(inilah tana abdulrahim )

ความหมายคือ นี้คือเครื่องหมายบนหลุมฝังศพของอับดุลเราะห์ฮีม ถ่ายจากภายในสุสานสุลต่านสุไลมาน สุลต่านเมืองสงขลาที่บ้านเล ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

ree

เขื่อนโต๊ะชาย ที่กูโบร์ใหญ่บ้านควน ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลามีรูปแบบบัวคว่ำ ผัวหงายหรือที่เรียกว่าบัวลูกแก้วอกไก่

ree

เขื่อน หรือรอทำจากปูนลวดลายดอกบัว ผู้เขียนพบในหลายพื้นที่เช่นที่กูโบร์ใหญ่บ้านควน ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา กูโบร์ในบ้านหัวเขา ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลาและที่กูโบร์คลองต่ำ (หลังวัดหาดใหญ่ใน) ตำบลควนลัง อำเภอหาใหญ่ จังหวัดสงขลา

ree

สุสานสุลต่านสุไลมาน (โต๊ะหุม) เจ้าผู้คลองเมืองสงขลาหัวเขาแดงร่วมสมัยกับพระเจ้าปราสาททองของอยุธยา (หลังขวา) บนหลุมมีการก่ออิฐมีลักษณะเหมือนโล่งศพ

ree

สุสานของท่านฟารีซี (โต๊ะโหม) เจ้าเมืองพัทลุงที่เขาไชบุรี น้องชายสุลต่านสุไลหมาน ที่บ้านซรัด(ชะรัด) ตำบลชะรัด อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง

[1]สามารถ สาเร็ม. (2561). คนแขกลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา.วารสารเมืองโบราณ “สงขลาหัวเขาแดงเมืองสุลต่านสุไลหมาน,44(4),109. [2]อาจารย์ ด.ร. เอกลักษณ์ รัตนโชติ (ผู้ให้สัมภาษณ์) ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ [3]ประมูล อุทัยพันธุ์.(๒๕๓๑).ตานอ-เครื่องหมายเหนือหลุมศพในประพนธ์ เรืองนรงณ์(บรรณาธิการ),เรื่องเล่าชาวใต้ชุด ที่๒”(หน้า๒๐๓).กรุงเทพ ฯ : มิตรสยาม

ความคิดเห็น


Kidyang Architecture & Research 2021

bottom of page